ประวัติความเป็นมาของบริษัท

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2564

บริษัทมุ่งมั่นเดินตามพันธกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัทด้วยการเดินหน้าการพัฒนาคอนเทนท์ให้ครอบคลุมทุกด้านพร้อมมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายให้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยและต่อยอดสู่แพลตฟอร์มในอนาคต สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในปัจจุบันเพื่อรองรับการขยายตัวของความต้องการสื่อในอนาคต โดยมีรายละเอียดของพัฒนาการที่สำคัญของปี 2564 ดังต่อไปนี้

มีนาคม
  1. ส่งมอบแล้วเสร็จป้ายคุกกี้ (Cookies) บริเวณโครงการศาลาที่พักผู้โดยสารอัจฉริยะ

    บริษัทสามารถติดตั้งป้ายคุกกี้บริเวณโครงการศาลาที่พักผู้โดยสารอัจฉริยะแล้วเสร็จ 1,170 ป้าย ได้ตามเป้าหมาย พร้อมทั้งส่งมอบให้ กรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว

  2. วงเกิร์ลกรุ๊ป LYRA พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่

    วงเกิร์ลกรุ๊ป “LYRA เปลี่ยนชื่อวงใหม่เป็น VYRA” ด้วยสมาชิกจำนวน 5 คน ซึ่งเป็นยูนิตพิเศษจาก BNK48 และ Universal Music Thailand พร้อมปล่อย MV เพลง ต๊ะตอนยอน...Hurry Up! ซิงเกิลใหม่ล่าสุดสามารถรับชมได้ทาง YouTube

  3. “โครงการ ส่งน้ำใจ ดับไฟป่า”

    จากสถานการณ์ไฟป่าของประเทศไทยก่อให้เกิดความเสียหายแก่ป่าไม้ และสัตว์ป่า รวมทั้งสุขภาพพลานามัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติหมอกควันอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น บริษัทจึงมอบพื้นที่สื่อโฆษณาของบริษัทให้แก่เว็บไซต์เทใจเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้สนับสนุนอุปกรณ์การดับไฟเพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าให้กับผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ในการปฏิบัติภารกิจรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคนไทยและประทศไทยของเรา

  4. “โครงการ ปันสุขผู้สูงวัย”

    บริษัทมอบพื้นที่สื่อโฆษณาเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือผู้สูงวัยในเชียงใหม่และลำปางจำนวนกว่า 500 คน ด้วยการสนับสนุนค่าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะกับสภาวะอากาศ และยาสามัญประจำบ้านแก่สูงอายุยากไร้ที่ถูกทอดทิ้ง


พฤษภาคม
  1. เปิดประสบการณ์ใหม่กับเทคนิค 3 มิติ

    บริษัทได้ยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยด้วยการใช้เทคนิค 3 มิติ บนจอดิจิตอล เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่สมจริงให้แก่ผู้ชม ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัวโชว์การต่อสู้ระหว่างมังกรจอมราชันย์และคิงคอง บนจอดิจิตอลขนาดใหญ่ 4 จอเรียงกัน ณ บริเวณลานพาร์คพารากอน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าและถูกนำมาพูดถึงบนโลกออนไลน์ โดยโพสถูก Retweet กว่า 60,600 ครั้ง


มิถุนายน
  1. เปิดตัวเกมมือถือ HITMAN REBORN ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 200,000 ครั้ง พร้อมสร้างรายได้กว่า 3.5 ล้านบาท

    หลังการเปิดให้บริการเกมมือถือ Katekyo Hitman Reborn อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา เกม Hitman Reborn ติด Top Chart เป็นอันดับสองทั้งในระบบ iOS และ Android จากยอดการดาวน์โหลดกว่า 200,000 ครั้ง พร้อมทั้งสร้างรายได้กว่า 3.5 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 3 วัน เท่านั้น โดยทำการโปรโมทผ่านสื่อ OOH ของบริษัทควบคู่สื่อออนไลน์ เพื่อช่วยเพิ่มการรับรู้และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการต่อยอดธุรกิจ Engagement marketing ส่งผลให้ Cost per install อยู่ที่ประมาณ 10 บาท/Install ซึ่งมีค่าต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเรทปกติซึ่งจะอยู่ในช่วงระหว่าง 40-60 บาท/Install

  2. โครงการร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ขยายสื่อโฆษณาครบตามเป้าหมาย

    ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 บริษัทสามารถติดตั้งจอ LED ในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ได้ครบ 1,150 สาขา ได้ตามเป้าหมาย โดยมีแผนขยายสื่อโฆษณาในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ให้ครอบคลุมกว่า 2,000 สาขาทั่วประทศไทยภายในปี 2564

  3. เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์ เพิ่มโอกาสในการมองเห็นจอโฆษณาภายใน 7-Eleven

    บริษัทเพิ่มโอกาสในการมองเห็นจอโฆษณาภายในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ด้วยการเพิ่มคอนเทนต์ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดและกระตุ้นให้ผู้บริโภคหยุดดูโฆษณาบนจอมากขึ้น เช่น คอนเทนต์ลุ้นผลสลากกินแบ่งรัฐบาลไปพร้อมกันในทุกวันที่ 1 และ 16 ตั้งแต่เวลา 16.00-01.00 น. และ Rerun ทุกวันที่ 2 และ 17 ของทุกเดือน และคอนเทนต์อัพเดทดวงชะตาแต่ละราศีทุกวันที่ 3-15 และ 18-30 ของทุกเดือน

  4. Plan B Media แบ่งปันพื้นที่สื่อโฆษณาผ่านโครงการ “ฝากร้านผ่านจอ”

    เพื่อช่วยโปรโมทร้านค้า SMEs ประเภทร้านอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี่ ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปิด ไม่ให้นั่งรับประทานอาหารภายในร้าน และอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, นราธิวาส, ปทุมธานี, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร) อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บริษัทจะนำภาพร้านค้าขึ้นประชาสัมพันธ์บนจอดิจิตอลของแพลนบี 250 จอทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้สามารถฝากร้านได้ที่ใต้โพสต์บนเฟซบุค Plan B mediaตั้งแต่วันนี้ - 11 กรกฎาคม (ระยะเวลารวม 7 วัน)

  5. บริษัทยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแบรนด์และผู้บริโภค

    บริษัทเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับจอดิจิตอลด้วยเทคนิค 3D เพื่อเพิ่มความสนใจและดึงดูดผู้บริโภค พร้อมทั้งปรับปรุงจอดิจิตอลจำนวน 49 จอทั่วประเทศให้มีความคมชัด ลดแสงสะท้อน และลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการแก้ปัญหาไฟส่องสว่างเป็นจุดดำในเวลากลางคืนให้กับป้ายนิ่งประเภทกล่องไฟ นอกจากนี้ยังพัฒนาและปรับปุรงบริการการเปลี่ยนโฆษณาให้มีความรวดเร็วขึ้น สามารถเปลี่ยนโฆษณาภายใน 3 ชั่วโมงต่อครั้ง สูงสุดถึง 4 ครั้งต่อวัน


กรกฎาคม
  1. กิจกรรมวิ่งส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยสู่โอลิมปิค

    กิจกรรม "FLAG OF NATION วิ่งธงชาติไทยรวมใจสู่ชัยชนะ" ระยะเวลา 61 วัน รวมระยะทาง 4,606 กิโลเมตร และกิจกรรม "FLAG OF NATION VIRTUAL RUN” ระยะทางการวิ่งครั้งประวัติศาสตร์กับระยะทาง 1 ล้านกิโลเมตร สามารถพิชิตเส้นทางประวัติศาสตร์ ได้สำเร็จ ทั้งนี้สามารถติดตามการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ และร่วมส่งใจเชียร์ผ่านช่องทางหลัก T-Sports, ThaiPBS, NBT, PPTV, JKN18, ทรูโฟร์ยู 24, GMMTV 25, และ AIS PLAY ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2564


สิงหาคม
  1. บริษัทร่วมลงทุนอาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าขยายธุรกิจคอมเมิร์ซ

    การตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างแพลน บี และ อาร์เอส กรุ๊ป ในครั้งนี้ จะส่งผลให้ทั้งสองบริษัทมีศักยภาพอย่างมากในการแข่งขันในธุรกิจคอมเมิร์ซ โดย อาร์เอส กรุ๊ป จะเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการตลาด และจัดจำหน่ายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ ขณะที่สื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยจากแพลนบี จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างการรับรู้ และสื่อสารผลิตภัณฑ์ใหม่ไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วถึงมากขึ้น

  2. แพลนบีจัดตั้ง 2 บริษัทร่วมทุนเป็นบริษัทโฮลดิ้งเพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจสปอร์ตด้านกีฬา

    บริษัท แพลน บีอีเลฟเว่น จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ จำนวน 2 บริษัท เพื่อเสริมสร้างความแข่งแกร่งของธุรกิจ Sport Marketing ของบริษัท ได้แก่

    1. บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (บริษัทย่อย) เพื่อลงทุนในธุรกิจอื่น (Holding Company) ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวย โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านธุรกิจมวยและกิจกรรมด้านการตลาดที่เกี่ยวข้อง
    2. บริษัท เมนสแตนด์ ครีเอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทร่วม) เพื่อการประกอบกิจการที่เกี่ยวกับสื่อทางด้านกีฬาทางอินเตอร์เน็ตรวมถึงการเผยแพร่คอนเทนต์ (Content) เกี่ยวกับกีฬา นักกีฬา และเนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการกีฬา และการออกกำลังกาย โดยอาศัยความร่วมมือและความชำนาญบริษัท เมนสแตนด์ จำกัด ในการช่วยโปรโมทกิจกรรมด้านกีฬา
  3. บริษัทโปรโมทการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคผ่าน 4O แพลตฟอร์ม

    บริษัททำการโปรโมทการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคผ่าน 4O แพลตฟอร์ม คือ (1) Over the air ถ่ายทอดสดผ่านทีวีกว่า 6 ช่อง และ AIS Play (2) Online การโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น Stadium และ Main Stand (3) OOH communication & fast ads เช่น การบันทึกสถิติต่างๆ ของนักกีฬาและการถ่ายทอดสดตามเวลาจริงผ่านการโปรโมทผ่านสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยของบริษัททั้ง 534 จอ และ (4) On-ground & virtual event เช่น กิจกรรมก่อนและหลังการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเพื่อสร้างสีสรรค์ให้กับผู้ชม


ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2563

บริษัทฯ เดินหน้าการพัฒนาคอนเทนท์ให้ครอบคลุมทุกด้าน และมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่จะคอยสร้างเครือข่ายให้สื่อนอกที่อยู่อาศัยเติบโตและต่อยอดสู่แพลตฟอร์มอยู่เสมอในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อรองรับการขยายตัวของความต้องการสื่อในอนาคต โดยมีรายละเอียดของพัฒนาการที่สำคัญของปี 2563 ดังต่อไปนี้

มกราคม

บริษัทร่วมมือกับ MACO โดยเป็นตัวแทนในการบริหารจัดการสื่อโฆษณาภายในประเทศของ MACO ทั้งหมด เพื่อพัฒนาและเสริมศักยภาพร่วมกันในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ซึ่งประกอบไปด้วยป้ายโฆษณาขนาดใหญ่, เครือข่ายสตรีทเฟอร์นิเจอร์ และจอดิจิทัล มากกว่า 2,000 แห่ง


มีนาคม
  1. เปิดตัวสื่อโฆษณาดิจิตอล Paragon motion block 2 บริเวณทางเชื่อมห้างสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเดิมให้บริการ ณ บริเวณลานน้ำพุซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีสยาม และห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อเพิ่มพื้นที่สื่อให้ครอบคลุมในตำแหน่งที่ตั้งที่มีศักยภาพ
  2. ขยายพื้นที่สื่อโฆษณาดิจิตอล บริเวณ rooftop @ Parc paragon เพื่อขยายความครอบคลุมของสื่อโฆษณาดิจิทัลในพื้นที่แลนด์มาร์คที่สำคัญของกรุงเทพฯ
  3. เปิดตัวเกมออนไลน์ครั้งแรก “Samkok MOE” เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ในปัจจุบันที่จะสามารถเติบโตในอนาคตได้ โดยหลังการเปิดตัวเกม “Samkok MOE” ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากตลาด ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ในระบบ Android และจะเปิดให้ดาวน์โหลดในระบบ iOS ในเดือนเมษายน

เมษายน

ขยายสื่อโฆษณาประเภทดิจิตอล โดยเปิดให้บริการสื่อโฆษณา Twintube+ เป็นจอดิจิทัลรูปแบบ Vertical screen ตั้งอยู่บริเวณถนนสาทร ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพมหานครที่จะสามารถดึงดูดสายตาของผู้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าวได้


พฤษภาคม
  1. การบริหารสื่อโฆษณาภายในร้านสะดวกซื้อ 7-eleven โดยจะสามารถติดตั้งแล้วเสร็จ 300 สาขาแรกในปลายเดือนมิถุนายน โดยมีเป้าหมายการขยายสื่อโฆษณาให้ครอบคลุมกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2563
  2. ขยายพื้นที่สื่อโฆษณาดิจิตอล โดยเปิดให้บริการสื่อโฆษณา The Prime 9 ด้วยจอ Signature screen ขนาดใหญ่ บริเวณถนนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

มิถุนายน

เข้าลงทุนในบริษัท กู๊ดธิงแฮพเพ่น จำกัด ประกอบธุรกิจ Strategic Marketing Partner ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจประเภทสื่อบันเทิง พร้อมเปิดตัว Live Concert มัลติแพลตฟอร์มครั้งแรกในเมืองไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างแพลนบี, จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, เอไทม์ มีเดีย และ กู๊ดธิงแฮ่พเพ่น


สิงหาคม
  1. พัฒนาปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ เพื่อยกระดับชีวิตของคนในกรุงเทพฯ สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมมือกับบริษัท แพลนบี มีเดีย จํากัด (มหาชน) พัฒนาและปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางรูปแบบเดิมให้มีความทันสมัย เพื่อแก้ไขปัญหาการรอรถโดยสารประจำทางอย่างไม่มีจุดหมายที่แน่นอน มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบกล้อง CCTV ระบบชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และ Free Wi-Fi ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาปรับปรุงศาลาทั้งหมด 691 ศาลา
  2. ตัวแทนบริหารสิทธิสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลสิทธิการเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในการบริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬา ฟุตบอลฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหาผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทีมชาติ การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ และกิจกรรมฟุตบอลอื่น ๆ ประจำปี 2564-2571 เป็นเวลาทั้งหมด 8 ปี แต่เพียงผู้เดียว เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาฟุตบอลของชาติ โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ลงนามในสัญญามอบสิทธิการจัดการด้านการขายและสิทธิประโยชน์กับบริษัท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563

กันยายน
  1. นวัตกรรม “Magnetic” การวัดประสิทธิผลของโฆษณาอุตสาหกรรมสื่อหรือผลตอบแทนจากการลงทุนสื่อจะต้องสามารถวัดผลเป็นตัวเลขเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ที่ใช้เรตติ้ง หรือสื่อใหม่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้ KPI ต่างๆ เป็นตัวกำหนด โดยมีวิธีการเก็บข้อมูลไปจนถึงค่าตัวเลขที่วัดแตกต่างกันไป สำหรับสื่อนอกบ้านนั้นที่ผ่านมายังไม่มีมาตรฐานของการนับจำนวนคนเห็นสื่อที่ชัดเจนนัก ข้อมูลที่ได้จึงมาจากการนับจำนวนรถยนต์บนถนน ประกอบกับสมมติฐานของผู้ให้บริการแต่ละรายเท่านั้น บริษัทได้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์ม Magnetic โดยร่วมมือกับ Telco เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา วัดผลสำเร็จของแคมเปญเพื่อให้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยสามารถวัดผลได้ โดยการใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลจากบริษัทโทรคมนาคมซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างประชากรกว่าครึ่งประเทศ มาวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละสถานที่จากสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บเป็นรายวัน ทำให้เราสามารถรู้ข้อมูลเชิงลึกได้มากขึ้น และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สื่อโฆษณาตั้งอยู่ โดยจะทำให้ผู้ที่ใช้บริการระบบ Magnetic ทราบข้อมูล Audience profile เช่น ข้อมูลพื้นฐาน, เพศ, อายุ, ความสนใจ, Reach จำนวนผู้ชมที่เห็นสื่อโฆษณา, Eyeballs จำนวนครั้งของการมองเห็นสื่อโฆษณา, Frequency ความถี่ในการมองเห็น และ Dwell time ระยะเวลาในการอยู่บริเวณป้ายของกลุ่มผู้ชม แพลนบียังคงวางแผนระยะยาวในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Magnetic โดยนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงเอกสารอธิบายที่มา วิธีการใช้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ character ของแต่ละสื่อมากขึ้น, นำส่งข้อมูลวัดผลของแต่ละแพ็คเกจสื่อเป็นรายเดือน ซึ่งข้อมูลวัดผลนี้สามารถนำไปใช้การวางแผนสื่อ และการรายงานผลลัพธ์หลังขจากการใช้สื่อ (สถิติจริงในช่วงที่มีการออนแอร์โฆษณา), แบรนด์สามารถซื้อสื่อผ่านแพลตฟอร์ม Programmatic DOOH เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ และลดอุปสรรคทางด้านราคาสำหรับลูกค้ารายย่อย และนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงพัฒนาแพคเกจสื่อให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้นวัตกรรม Magnetic จะช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาการสื่อสารมีประสิทธิภาพและและจัดสรรเม็ดเงินในการซื้อสื่อได้อย่างคุ้มค่าเงินลงทุน สามารถวัดผลได้อย่างเป็นระบบ
  2. บริษัทเข้าลงทุนใน บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมมือกับบริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัดซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดทำ VIA BUS Application เพื่อนำทางและติดตามรถโดยสารสาธารณะแบบเรียลไทม์ เพื่อต่อยอดและสนับสนุนการขยายธุรกิจของโครงการศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter)
  3. โครงการ 7-Eleven บริษัทได้ทำการติดตั้งจอ LED ในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven เพื่อให้บริการสื่อโฆษณา ณ จุดขาย ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 บริษัทสามารถติดตั้งจอ LED ในร้านค้าได้มากกว่า 850 ร้านค้า และมีเป้าหมายขยายสื่อโฆษณาให้ครอบคลุมกว่า 1,000 สาขาทั่วประทศไทยภายในปี 2563

พฤศจิกายน
  1. โครงการร้านค้า 7-Eleven ขยายสื่อโฆษณาบรรลุเป้าหมายได้ตามกำหนด บริษัทสามารถติดตั้งจอ LED ในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ได้ครบ 1,000 ร้านค้า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2563 และมีแผนขยายสื่อโฆษณาในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ให้ครอบคลุมกว่า 1,500 สาขาทั่วประทศไทยภายในไตรมาส 1 ปี
  2. เปิดตัว Official line @Planbmedia เพิ่มช่องทางในการสื่อสารให้กับลูกค้า บริษัทให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกกลุ่มมาโดยตลอดจึงจัดทำ Official line account เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสาร การขยายฐานลูกค้า การสอบถามข้อมูล การติดตามข่าวสารของบริษัทอย่างใกล้ชิด และการเข้าถึงข้อมูลของสื่อต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะข้อมูลของสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีการพัฒนาด้าน Content ที่เกี่ยวกับกีฬา รวมไปถึงเกร็ดความรู้ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านกีฬาฟุตบอล และการทำการตลาดแบบผสมผสาน ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายธุรกิจทางด้าน Engagement marketing
  3. บริษัทร่วมเป็นหนึ่งในช่องทางการประชาสัมพันธ์การรับบริจาคโลหิตให้ทางสภากาชาดไทย ทางสภากาชาดไทยได้เรียนเชิญบริษัทเข้าร่วมเป็นหนึ่งในการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย ซึ่งได้รับการรับรองจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป หลังจากบริษัทได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไทยไปบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ผ่านช่องทางสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยของบริษัทส่งผลให้ยอดบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ธันวาคม
  1. บริษัทเข้าลงทุนใน บริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด บริษัทร่วมมือกับบริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดกิจกรรมกีฬาและงานอีเวนท์วิ่งมาราธอนในรูปแบบ Sport tourism theme จัดการแข่งขันตามเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงามในแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันที่ได้รับมาตรฐาน IAAF โดยใช้สื่อนอกที่อยู่อาศัยของบริษัทในการโปรโมทการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดร่วมกับการสนับสนุนด้าน Sponsorship เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดธุรกิจ Sport marketing
  2. บริษัทปรับปรุงแสงสว่าง LED เพิ่มประสิทธิภาพป้ายโฆษณา บริษัทยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงแสงสว่างโดยเปลี่ยนโคมไฟ LED ส่องหน้าจอของป้ายสื่อโฆษณา Unipole billboard ทั่วกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 150 ป้าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงภาพโฆษณาให้เกิดความชัดเจนและสวยงามมากขึ้น
  3. โครงการพัฒนาปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ เพื่อยกระดับชีวิตของคนในกรุงเทพฯ บริษัทดำเนินการพัฒนาปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะให้มีความทันสมัยเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 4/2563 บริษัทสามารถส่งมอบศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะให้กับสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น 115 ศาลา ได้ตามกำหนด และมีแผนการณ์ที่จะส่งมอบศาลาอีกจำนวน 90 ศาลา ในไตรมาส 1/2564 และอีกจำนวน 145 ศาลา ภายในไตรมาส 2/2564
  4. บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ดำรงสถานะในการเป็นบริษัทจดทะเบียน SET100 ในรอบเดือนมกราคม - มิถุนายน 2564 เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 100 อันดับแรก
  5. บริษัทได้รับรางวัล SET Awards ในกลุ่มรางวัล Business Excellence ปี 2563 จากความสามารถในการดำเนินงานทางธุรกิจอย่างมีศักยภาพ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่น (Outstanding Company Performance Awards) ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดโดยรวมของหลักทรัพย์จดทะเบียนตั้งแต่ 10,000 – 30,000 ล้านบาท ปี 2563, รางวัลผู้บริหารสูงสุดดีเด่น (Outstanding CEO Awards) ปี 2563 และรางวัลผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ดีเด่น (Out-standing Young Rising Star CEO Awards) ปี 2562-2563
ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2562

กุมภาพันธ์

เปิดให้บริการ Bangkok Jam สื่อโฆษณาดิจิทัลพร้อมระบบรายงานสภาพจราจรกว่า 50 จุดทั่วถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานคร ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนเมืองไม่เป็นเพียงแค่สื่อโฆษณาดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังมีระบบรายงานสภาพการจราจร Intelligence traffic sign, ระบบ Accident report และ กล้อง CCTV รายงานสภาพจราจร ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรของคนในกรุงเทพฯ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของสื่อโฆษณาด้วยการนำจุดเด่นทั้งสองมาผสมผสานกัน


มีนาคม

เปิดตัวสื่อโฆษณาดิจิทัล Paragon motion block ซึ่งให้บริการ ณ บริเวณลานน้ำพุซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีสยาม ของรถ
ไฟฟ้าบีทีเอส และห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อขยายความครอบคลุมของสื่อโฆษณาดิจิทัลในพื้นที่แลนด์มาร์คที่สำคัญของกรุงเทพฯ

เข้าลงทุนในบริษัท BL FALCON PTE.LTD. เพื่อขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาดิจิทัลในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศ ลำดับที่ 5 ของบริษัทฯ


เมษายน

ความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และ บมจ.วีจีไอ (“VGI”) ซึ่งเป็น 2 ผู้นำตลาดสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย เพื่อพัฒนาธุรกิจร่วมกัน ทั้งในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และความร่วมมือกันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อนำเสนอโซลูชั่นการตลาดที่ ครบวงจรโดยใช้ Offline-to-Online (O2O) Solutions จาก VGI ร่วมกับคอนเท้นต์ทางด้านการตลาดแบบมีส่วนร่วมของแพลนบี


พฤษภาคม

เข้าลงทุนในบมจ.สแพลช มีเดีย (“สแพลช”) เพื่อขยายธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยประเภทภาพนิ่ง Static media เพื่อเพิ่ม ความครอบคลุมของสื่อโฆษณา ด้วยจำนวนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 79 ป้าย ( 35 แห่งในกรุงเทพ และ44 แห่งในต่างจังหวัด)


มิถุนายน

การขยายธุรกิจมิวสิคมาร์เก็ตติ้งด้วยการเปิดตัววง CGM 48 ซึ่งเป็นวงน้องสาวของ BNK48 โดย CGM48 จะเน้นกิจกรรมหลักใน บริเวณภาคเหนือ และจะช่วยสร้างฐานแฟนคลับในภูมิภาคให้สามารถเข้าถึงและมีความผูกพันกับศิลปินให้แนบแน่นยิ่งขึ้น และถือ เป็นการขยายธุรกิจของ BNK48 ให้มีความหลากหลายและเสริมศักยภาพในการหารายได้ และกำไรที่สูงขึ้น


กรกฎาคม

การลงนามเป็นตัวแทนบริหารสิทธิทางการตลาดสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 ซึ่งประกอบด้วย

  1. สิทธิในการถ่ายทอดสด
  2. สิทธิในการบริหารผู้สนับสนุน (Sponsorship)
  3. สิทธิในการบริหารคอนเทนต์ โดยแพลนบีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วน

ร่วมในการสร้างโอกาสการรับชมมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติให้เข้าถึงพี่น้องชาวไทยอย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยสร้าง ความสุขให้กับทุกๆคนในการร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไทยไปสู่เหรียญทองโอลิมปิคด้วยกัน


สิงหาคม

การเปิดให้บริการสื่อโฆษณา “Lido connect” สื่อโฆษณาที่ผสมผสานระหว่างสื่อโฆษณาดิจิทัล และสื่อโฆษณาภาพนิ่ง ซึ่งได้พลิก โฉมหน้าโรงภาพยนต์ลิโด้ ใจกลางสยามสแควร์ให้มีสีสัน และโดดเด่นดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว


ตุลาคม

ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาประเภทดิจิทัล โดยการเปิดให้บริการสื่อโฆษณา Bangkok Jam Phase 2 ด้วยจอภาพดิจิทัลจำนวน 40 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดให้บริการ Phase 1 จำนวน 50 แห่ง โดยจอดิจิทัลมาพร้อมระบบรายงานสภาพจราจรในทำเลยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของพื้นที่กรุงเทพ

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2561

มกราคม

การลงทุนในบริษัท ดับบลิว.พี.เอส มีเดีย จำกัด เพื่อขยายสื่อโฆษณาในสนามบิน ด้วยสื่อ Air Traveller Supreme จอภาพดิจิตอลพร้อมจุดให้บริการชาร์ตไฟสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จำนวน 150 จุดทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ


มีนาคม

นำเสนอแพคเกจ Twin tube จอดิจิตอลดีไซน์โดดเด่นและแปลกใหม่ด้วยรูปแบบจอคู่ บริเวณถนนพระราม 4


เมษายน

ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาภาพนิ่งประเภท Street Furniture ด้วยป้ายโฆษณาภาพนิ่งจำนวน 150 จุดในเมืองพัทยา


พฤษภาคม

เพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจด้วยการตลาดแบบมีส่วมร่วม(Engagement Marketing) โดยการลงทุนในบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด เพื่อนำ Content ทางด้านดนตรีมาช่วยสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์สินค้าและบริการ


มิถุนายน

เปิดตัวโครงการ The panoramix@CentralWorld ด้วยจอ Interactive DOOH ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเงินทุนกว่า 400 ล้านบาท


กันยายน
  • เปิดตัวการแข่งขัน E-League Pro ซึ่งเป็นลีกการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตระดับอาชีพอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
  • นำเสนอแพ็คเกจ Geofence ซึ่งเป็นการนำจุดเด่นของสื่อออนไลน์มาผสมผสานกับสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสื่อโฆษณา

พฤศจิกายน

นำเสนอแพคเกจสื่อโฆษณาในห้าง Iconsiam แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ด้วยจอภาพดิจิตอลกว่า 256 จอภาพ เพิ่มมูลค่าให้กับสื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้าที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


ธันวาคม
  • การลงทุนในบริษัทแอทมอส สปอร์ต แล็บ จำกัด และบริษัท แอทมอส แอพพาเรล จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้า
    และรองเท้าจากแบรนด์ชั้นนำของโลก เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement marketing)
  • การลงทุนในบริษัทบริษัท ไซน์เวิร์ค มีเดีย จำกัด เพื่อขยายสื่อโฆษณาที่อยู่อาศัยในสนามบินสุวรรณภูมิ
  • การลงทุนในบริษัท ดิจิตอล แฟคตอรี่ จำกัด เพื่อขยายธุรกิจสื่อโฆษณาประเภทออนไลน์
ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2560

มกราคม

การจัดตั้ง บริษัท แพลน บี ออนไลน์ จำกัด เพื่อเพิ่มความหลายหลายของสื่อโฆษณา โดยให้บริการสื่อโฆษณาประเภทออนไลน์

การเริ่มพัฒนาธุรกิจในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการในการบริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยและบริษัท ไทยลีก จำกัด

การเปิดให้บริการดอนเมืองดิจิตอลเน็ตเวิร์ค (Don Mueang Digital Network) อย่างเต็มรูปแบบด้วยจอภาพดิจิตอล 102 แห่ง, จอภาพแบบสัมผัส 20 แห่งและจุดบริการชาร์ตโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 168 จุด


เมษายน

การเพิ่มความหลากหลายของสื่อโฆษณาดิจิตอลนอกที่อยู่อาศัย โดยได้เปิดให้บริการบีเคเค 20 ดิจิตอลเน็ตเวิร์ค (BKK20 Digital Network)


กันยายน

การจัดตั้งบริษัท เอสอาร์พีบี มีเดีย จำกัด ขยายความครอบคลุมของสื่อโฆษณาดิจิตอลนอกที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัด

ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาดิจิตอล Plan B TV nationwide จำนวน 90 จอ 52 จังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น


สิงหาคม

การลงทุนในบริษัท เจเคเจ มีเดีย เซอร์วิส อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อนอกที่อยู่อาศัยในประเทศฟิลิปปินส์


ธันวาคม

เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท แซงจูรี่ บิลบอร์ด เอสดีเอ็น บีเอชดี ประเทศมาเลเซีย จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 40

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2559

มกราคม

การเปิดให้บริการสื่อโฆษณา ภาพนิ่ง ครอบคลุมจังหวัด อุดรธานีจำนวน 50 ป้าย


มีนาคม

ควบรวมกิจการบริษัท ทูน่า แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เพื่อ ขยายสื่อโฆษณาในสนาม บินทั้ง 28 แห่งของการท่าอากาศยาน


เมษายน

ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในการ บริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทย และ บริษัท ไทย ลีก


พฤษภาคม

จัดตั้ง Plan B (Malaysia) SDN. BHD. เพื่อพัฒนา ธุรกิจสื่อโฆษณาทั้งสื่อ โฆษณาบนระบบขนส่ง มวลชน สื่อโฆษณาภาพ นิ่ง และสื่อโฆษณาดิจิตอล ในประเทศมาเลเซีย


กรกฎาคม

การเปิดให้การบริการสื่อโฆษณาดิจิตอล ขนาดใหญ่หน้าศูนย์การค้า Show DC บริเวณถนนพระราม 9

การเปิดให้บริการเว็บไซต์ CityGlide.com เพื่อให้บริการ ค้นหาและคำนวนเวลาในการมาถึงของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ


สิงหาคม

ควบรวมกิจการ บริษัท ไบรท์ สกายมีเดีย จำกัด เพื่อขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในสนามบิน ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น

การเปิดให้บริการเครือข่ายสื่อโฆษณาดิจิตอล Plan B TV Nation wide จานวน 60 จอภาพ ใน 44 จังหวัด เพื่อขยายความ ครอบคลุมของสื่อโฆษณาดิจิตอลไปยังทั่วประเทศ

การเปิดให้บริการสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ Bus EL สื่อรูป แบบใหม่ เพื่อเพิ่มความ โดดเด่นให้กับสื่อโฆษณาบนรถโดยสารประจำทางในยามค่ำคืน


กันยายน

การเปิดให้บริการสื่อโฆษณาดิจิตอล Central in-store network จำนวน 10 จอภาพ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์และเซ็นทรัล พระราม 9

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2558 บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558

กุมภาพันธ์

บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 โดยใช้ชื่อย่อว่า “PLANB” และ ขยายสื่อโฆษณานอกบ้าน ในพื้นที่สำคัญในกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่สำคัญทางเศรษฐกิจของไทย


เมษายน

ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บริษัท ฮัลโล บางกอก แอลอีดี จำากัด เพื่อขยายเครือข่ายสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยร่วมกัน


กรกฎาคม

ควบรวมกิจการ บริษัท ทริปเปิ้ลเพลย์ จำากัด เพื่อขยายธุรกิจสื่อโฆษณาภายในสนามบินสุวรรณภูมิ


ตุลาคม

ควบรวมกิจการ บริษัท แม็กซ์วิวมีเดีย กรุ๊ป จำากัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการขยายสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศ

ลงทุนในบริษัท 2000 พับลิชชิ่ง แอนด์ มีเดีย จำากัด เพื่อขยายประเภทสื่อโฆษณาของบริษัทไปยังสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็คทรอนิคส์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับบน


พฤศจิกายน

ก้าวแรกสำาหรับการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนด้วยการเข้าทำาสัญญาการลงทุนในบริษัท แซงจูรี่ บิลบอร์ด จำากัด ประเทศมาเลเซีย


ธันวาคม

ควบรวมกิจการบริษัท เดอะวันพลัส จำกัด เพื่อขยายสื่อโฆษณาในพื้นที่สนามบินทั้ง 6 แห่งของ บมจ. ท่าอากาศยานไทย

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2557 ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ในประเทศไทย

บริษัทฯ ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out of Home Media) ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ในประเทศไทย เพื่อให้ครอบคลุมฐานผู้ชมหรือผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง ตอบสนองรูปแบบการดำเนินชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่
  • Digital @ MRT สื่อจอดิจิตอลที่มีจุดติดตั้งในรถไฟฟ้าใต้ดิน จากสื่อโฆษณาภาพนิ่งเป็นจอภาพดิจิตอลที่ครอบคลุมจุดหลักๆทั้งหมด291 จอ ใน 112 จุด ครอบคลุม 18 สถานีโดยรวมถึง VDO Wall, Digital Bulk Head,Tunnel Billboard เป้าหมายนักเรียน นักศึกษาและคนทำงานภายในกรุงเทพฯ ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน
  • Digital Billboard @ Central เครือข่ายสื่อโฆษณาประเภทดิจิตอลภายนอกห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ครอบคลุมตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ได้แก่ พัทยา เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สมุย หาดใหญ่ ขอนแก่น จำนวน 6 จอ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ชีวิตอยู่ในหัวเมืองใหญ่ต่างๆ ของประเทศไทย
  • Chiang Mai City Network เครือข่ายสื่อโฆษณาประเภทป้ายนิ่ง และ ประเภทดิจิตอลครอบคลุมพื้นที่เมืองเชียงใหม่ จำนวนกว่า 200 ป้าย ครอบคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวเชียงใหม่และผู้อยู่อาศัยในจังหวัดข้างเคียง
  • Plan B TV เครือข่ายสื่อโฆษณาประเภท จำนวน 166 จอภาพ บริเวณทางแยกในกรุงเทพมหานคร ที่มีการจราจรหนาแน่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนเมืองที่เดินทางผ่านสี่แยกสำคัญ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสื่ออื่นๆ ที่บริษัทฯ ได้ทำสัญญาและ เริ่มลงทุนก่อสร้างในปี 2557 โดยมีแผนที่จะเริ่มเปิดให้บริการในอนาคต ดังต่อไปนี้
  • Nationwide ป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบกล่องไฟจำนวน 100 จุด และป้ายโฆษณารูปแบบ Metro Poster จำนวน 10 ป้าย ในบริเวณจุดสำคัญต่างๆ ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเ ป็น หนึ่งในหัวเมืองหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • Gateway Phase 2 ป้ายรายงานสภาพการจราจรอัจฉริยะบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน จำนวนเพิ่มอีก 21 ป้าย เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้ทาง
  • Barrier ป้ายรายงานสภาพการจราจรบนทางด่วนจำนวน 8 จุด และป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณโครงสร้างคอนกรีตกันตกจำนวน 21 จุด ซึ่งเป็นจุดที่ทางด่วนตัดกับแยกที่มีการจราจรหนาแน่น
  • Bus Wifi ระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) บนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศของขสมก. เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการรถประจำทางปรับอากาศ
  • ตู้บุญเติม การให้บริการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านตู้เติมเงินออนไลน์บุญเติมที่ปัจจุบันมีจำนวน 40,000 ตู้ ติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ
  • Paragon Indoor เครือข่ายสื่อดิจิตอลพร้อมระบบข้อมูลร้านค้าและประชาสัมพันธ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับมือถือ  Smartphone ภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
  • Emporium และ Emquatier สื่อโฆษณาดิจิตอล ในรูปแบบจอ LED ขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งบริเวณผนังของอาคารเอ็มโพเรียม และ อาคารเอ็มควอเทียร์สามารถดึงดูดความสนใจผู้รับชมได้จากทั่วทุกมุมในบริเวณดังกล่าว
  • Bus Sound จอภาพซึ่งให้บริการพื้นที่โฆษณาในรูปแบบมัลติมีเดียประกอบกับการให้บริการข่าวสารและความบันเทิง ภายในตัวรถโดยสารปรับอากาศใหม่ของขสมก. จำนวน 1,500 คัน โดยมีเป้าหมายดึงดูดความสนใจของผู้โดยสารที่เดินทางไปกับรถโดยสารตลอดเส้นทาง
  • Robinson Silom สื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอลที่ตึกสีลมเซ็นเตอร์ (โรบินสัน สีลม เดิม) เป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นบริเวณแยกถนนสีลมตัดกับถนนพระรามสี่

การเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนฯ

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2557 ได้มีมติพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัทฯจาก 1 บาทต่อหุ้น เป็น 0.10 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจาก 259.739,100 หุ้น เป็น 2,597,391,000 หุ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน937,609,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำ นวนไม่เกิน 897,609,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชน ซึ่งรวมถึงกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยด้วย (Initial Public Offering) โดยแบ่งเป็นการจัดสรรให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
    1. ) บุคคลทั่วไป จำนวนไม่เกิน 897,609,000 หุ้น
    2. ) กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อยจำนวนไม่เกิน 23,400,000 หุ้น ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเหลือจากการจองซื้อของกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย ตามข้อ 2) นี้ ให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ที่เหลือดังกล่าวให้แก่ประชาชนพร้อมกับหุ้นสามัญใหม่ตามข้อ 1) ข้างต้น

    ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม การจัดสรรให้แก่บุคคลตามข้อ 1) และการจัดสรรให้แก่กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยให้แก่ข้อ 2) ข้างต้นนี้ เป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 897,609,000 หุ้น

  2. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำ นวนไม่เกิน 40,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัทฯและ/หรือบริษัทย่อย (ESOP)

ส่งผลให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 353.5 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3,535.0 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท โดยบริษัทฯ ได้จดทะเบียนการเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557

ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2556 เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลายด้านรูปแบบสื่อ

ขยายสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทภาพนิ่ง

ขยายสื่อโฆษณากลางแจ้ง ประเภทภาพนิ่ง ให้ครอบคลุมทำเลหลักที่มีการจราจรหนาแน่นและตามแยกหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง ไปจนถึงพื้นที่รอบนอกที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ด้วยสื่อต่างๆดังต่อไปนี้

  • Metro Poster ได้รับสิทธิ์ในการก่อสร้างและบริหารพื้นที่สื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกแยกสำคัญต่างๆ ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ จำนวน 175 ป้าย
  • Pole Wrap สื่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้อมรอบเสาตอม่อของทางด่วน จำนวนทั้งสิ้น 10 พื้นที่ ซึ่งมีทั้งแบบป้ายต่อเนื่อง (series) ในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น และตามแยกหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน อย่างสีลม และสาทร พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลางบริเวณ อาร์ซีเอ (RCA) พระราม 9 รามคำแหง และ พระราม 3 ไปจนถึงพื้นที่รอบนอกที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เช่น เมืองทองธานี เป็นต้น
  • Unipole สื่อป้ายโฆษณากลางแจ้งขนาดใหญ่ ใน 4 ทำเลหลักของกรุงเทพฯ

ขยายสื่อโฆษณากลางแจ้ง ประเภทดิจิตอล (Digital Out of Home Media : DOOH)

โดยขยายพื้นที่ให้บริการสื่อโฆษณาจอแอลอีดีขนาดใหญ่หลายจุดด้วยกัน คือ

  • Digital Billboard @ Asoke-Petchburi บริเวณถนนธุรกิจหลัก คือ ถนนอโศกและถนนเพชรบุรี เพื่อต่อยอดเครือข่ายสื่อดิจิตอลของบริษัทฯ ให้ครอบคลุมกรุงเทพฯ ชั้นในทั้งหมด
  • Digital Billboard @ Digital Gateway สื่อจอดิจิตอลบริเวณทางเข้าและหลังคาของอาคารดิจิตอลเกตเวย์ แอ็ท เซ็นเตอร์พอยท์สยาม ในรูปแบบ ดิจิตอลเลเยอร์ (Digital Layer) จากการให้บริการสื่อดังกล่าวในบริเวณสยามสแควร์ ทำให้บริษัทฯ สามารถมีพื้นที่สื่อครอบคลุมบริเวณสยามได้หมดทั้งสองฝั่ง
  • Digital LED @ MRT สื่อจอดิจิตอลที่มีจุดติดตั้งบริเวณจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีอโศก และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สถานีอโศก-สุขุมวิท

ขยายสื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชนแบบ PSD

ขยายการให้บริการไปยังสื่อใหม่ในรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ด้วยสื่อโฆษณา PlatformScreen Door (“PSD”) ในรูปแบบโฆษณาบริเวณชานชาลารถไฟฟ้าใต้ดิน ทั้งหมด 18 สถานี


ติดตั้งจอแอลอีดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

บริษัทฯ ได้สร้างปรากฏการณ์ สื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอลอีกครั้ง กับจอแอลอีดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค คือ Digital Billboard @ Italthai บริเวณถนนเพชรบุรีขาเข้าและขาออก ซึ่งมีการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยการติดตั้งจอที่อาคารอิตัลไทยทั้ง 2 ฝั่ง มีพื้นที่รวมกว่า 1,000 ตารางเมตร


ขยายสัญญา ขสมก. และ สัญญาบนระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที
  • ขสมก. อนุมัติขยายอายุสัญญาให้เช่าพื้นที่โฆษณาภายนอกและภายในรถโดยสารประจำทางปรับอากาศประเภทยูโรทูไปจนถึงกลางปี 2570
  • บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (“BMN”) อนุมัติขยายอายุสัญญาสิทธิในการดูแลสื่อภายในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และ รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ในระบบ PIDs และได้สัญญาเพื่อขยายพื้นที่สื่อในบริเวณดังกล่าวเพิ่มเติม ด้วยสื่อ Digital @ MRT ในรูปแบบจอแอลอีดี เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และเพื่อการเป็นพันธมิตรอย่างยั่งยืนกับ BMN

การเข้ามาของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์

บริษัท พีที อีลัง มาโคตา เทคโนโลยี ทีบีเค (“Emtek Group”) เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมและหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ ซึ่งการเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในการขยายธุรกิจขึ้นไปสู่ระดับภูมิภาคได้ในอนาคต

บริษัทฯ ได้หาผู้ลงทุนที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทฯ เพื่อขยายการประกอบธุรกิจและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทฯ มากขึ้น โดยมีผู้ลงทุนที่มีศักยภาพหลายรายเสนอเข้ามาเจรจาร่วมลงทุนกับบริษัทฯ ทั้งผู้ลงทุนที่เป็นผู้ลงทุนทางการเงิน (Financial Investors) กองทุนในลักษณะของ Private Equity Fund และผู้ประกอบการในธุรกิจ (Strategic) รวมถึง Emtek Group ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอินโดนีเซียและเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ลงทุนที่มีศักยภาพที่แนะนำโดยคุณเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร (“คุณเอกภักดิ์”) ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ พร้อมกับที่ Emtek Group เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในส่วนของบริษัทฯ นั้น เหตุผลสำคัญที่บริษัทฯ เลือกEmtek Group ให้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น เนื่องจากเห็นว่า Emtek Group เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจ และในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Strategic Partner) จะได้ช่วยเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากในอนาคตบริษัทฯ จะขยายธุรกิจออกไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค บริษัทฯ เชื่อว่า การที่ Emtek Group เข้าลงทุนในบริษัทฯ Emtek Group ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนที่มีความเหมาะสมและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจและผู้ถือหุ้นของ Emtek Group ในการลงทุนดังกล่าว Emtek Group ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจประเภท Out of Home Media ในประเทศไทยโดยเป็นการลงทุนผ่านทางบริษัทฯซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจดังกล่าว และในการลงทุนของ Emtek Group ดังกล่าว เป็นการลงทุนครั้งแรกในธุรกิจประเภท Out of Home Media และเป็นการลงทุนครั้งแรกในประเทศไทย

อนึ่ง ในการเข้าลงทุนในบริษัทฯ นั้น Emtek Group ได้ว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อตรวจสอบข้อมูลสถานะทางการเงินและกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัท เวอร์ริซายน์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นเงื่อนไขในการลงทุนในบริษัทฯ ตามที่จะกล่าวถึงต่อไป อีกทั้งยังได้มีการหารือกับผู้บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ในเรื่องของกลยุทธ์และแผนงานต่างๆ ในอนาคตเพื่อให้ทราบถึงทิศทางการเติบโตของบริษัทฯที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเข้าลงทุน


การขยายธุรกิจด้วยการซื้อหุ้นทั้งหมด 3 บริษัท

บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เวอริซายน์ จำ กัด ซึ่งเป็นผู้ถือสัญญาเช่าที่ดินบริเวณเลียบทางด่วนก่อนทางลงด่านพระราม 4 เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ บริษัทแอด คูซีน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิสัมปทานป้ายโฆษณาประชาสัม พันธ์จากกรุงเทพมหานคร และบริษัท มาสเตอร์สแตนดาร์ด ดิสเพลย์ จำ กัด ซึ่งเป็นผู้ถือสัญญาเช่าป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์บนทางด่วน


การเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนฯ
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 225.0 ล้านบาท เป็น 259.7 ล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 0.4 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท ณ วันที่ 29 มกราคม 2556
  • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด โดยใช้ชื่อว่า บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2556 และเปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้จากเดิม 100.0 บาทต่อหุ้น เป็น 1.0 บาทต่อหุ้น
ปี 2555 – ปัจจุบัน
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำาตลาดสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและความต่าง

ปี 2555 ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการสื่อภายนอกที่อยู่อาศัยประเภทดิจิตอล พร้อมขยายเครือข่ายสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทภาพนิ่งอย่างต่อเนื่อง

ขยายการให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอล (Digital Out of Home: DOOH) ในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ

ขยายการให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอล (Digital Out of Home: DOOH) ในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่

  • The 90 Degree บริเวณใจกลางย่านการค้าของกรุงเทพฯ ที่ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งเป็นจอขนาดใหญ่รูปแบบ 90 องศา แห่งแรกในประเทศไทย บริเวณอาคารจอดรถสยามเซ็นเตอร์ ที่สามารถเชื่อมภาพโฆษณาระหว่างจอดังกล่าวด้วยกันได้ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผู้ใช้บริการบริเวณสยามทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม
  • Digital Billboard @ CBD จำนวน 7 จอ ครอบคลุมพื้นที่ย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสีลม สาทร รัชดาภิเษก เพชรบุรี เป็นต้น
  • Digital Billboard @ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา โดยนอกจากจะเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนกรุงเทพฯที่มีระดับแล้ว ยังเป็นการขยายพื้นที่ให้บริการสื่อในหัวเมืองใหญ่ ในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทย

ขยายพื้นที่ให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้งเพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนอยู่อาศัย และเขตเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูงในอนาคต

ขยายพื้นที่ให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ประเภท Serie Poster เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนที่อยู่อาศัย และเขตเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูงในอนาคต บริเวณเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา


ขยายโครงการป้ายรายงานสภาพจราจรอัจฉริยะ

อัจฉริยะบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน เพื่อสาธารณะประโยชน์เพิ่มเติม ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุมทั้งพื้นที่บริเวณทางด่วน เฉลิมมหานคร (ขั้นที่ 1) และ ทางด่วนศรีรัช (ขั้นที่ 2) เพิ่มอีก 12 ป้าย


เริ่มให้บริการสื่อโฆษณาบริเวณห้างสรรพสินค้า (In-Store / In-Mall) แบบครบวงจร

เริ่มให้บริการสื่อโฆษณาบริเวณห้างสรรพสินค้า แบบครบวงจร โดยเริ่มจากศูนย์การค้าระดับประเทศอย่างเมกาบางนาซึ่งให้บริการสื่อทั้งภายนอก ภายในศูนย์การค้าและบริเวณยานพาหนะที่ให้บริการรอบศูนย์การค้า ทั้งในรูปแบบภาพนิ่ง ดิจิตอลและการโฆษณาผ่านระบบ Interactive เช่น การจำหน่ายคูปองแบบดิจิตอล (Digital Coupon) เป็นต้น


ขยายสื่อโฆษณาบริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์

ขยายสื่อโฆษณา Digital Siam สื่อจอดิจิตอลแบบ Interactive บริเวณภายในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และบริเวณรอบนอกของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว จำนวน 36 จอ

ปี 2553 – 2554
ขยายธุรกิจโดยเพิ่มความหลากหลายของประเภทสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย

ปี 2554 ขยายเครือข่ายธุรกิจสื่อโฆษณาอย่างรวดเร็วโดยเพิ่มรูปแบบการให้บริการของสื่อโฆษณาที่หลากหลาย ดังนี้

ขยายธุรกิจสื่อโฆษณากลางแจ้ง บริเวณริมถนนและทางด่วน

ให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทภาพนิ่ง (Static) เพิ่มเติม ในรูปแบบของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บริเวณริมถนนและทางด่วน (Roadside & Expressway Billboard) ได้แก่ สื่อโฆษณา Flyover บนทางด่วนขั้นที่ 1 บริเวณพระราม 4 – วิภาวดี ทั้งขาไปและกลับพร้อมด้วยสื่อโฆษณา Series Pole ริมทางด่วนขั้นที่ 1 บริเวณพระราม 4 – เลียบบ่อนไก่


ขยายธุรกิจสื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit) ในระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที

ขยายการให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ประเภทสื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit) เพิ่มขึ้นอีก 1 ประเภท คือ สื่อโฆษณาภายในสถานีและรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที โดยเป็นการให้บริการในรูปแบบจอแอลซีดี ผ่านระบบ Passenger Information Display (“PIDs”) จำนวน 607 จอ ในทุกสถานี ทั้งหมด 18 สถานี และบนขบวนรถทั้งหมด 19 ขบวนด้วยกัน โดยทำการติดตั้งจอบริเวณจุดจำหน่ายตั๋ว ทางเข้า ทางออก ชานชาลา รวมถึงภายในขบวนรถไฟฟ้า


เริ่มโครงการป้ายรายงานสภาพจราจรอัจฉริยะ

เริ่มโครงการกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในรูปแบบป้ายรายงานสภาพจราจรอัจฉริยะเพื่อสาธารณะประโยชน์ บริเวณทางด่วนเฉลิมมหานคร (ขั้นที่ 1) หรือ Gateway Billboard จำนวนทั้งสิ้น 12 ป้าย


เริ่มให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยรูปแบบใ หม่ คือ สื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอล (Digital Out of Home: DOOH)

ให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ คือ สื่อโฆษณากลางแจ้งประเภทดิจิตอล (Digital Out of Home: DOOH) ในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯโดยเริ่มต้นจาก

  • Digital Billboard @ Parc Paragon บริเวณใจกลางย่านการค้าของกรุงเทพฯ ที่ลานพาร์คพารากอน เพื่อเจา ะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผู้ใช้บริการบริเวณสยามทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม
  • Digital Billboard @ Interchange จอโค้งขนาดใหญ่กลางสี่แยกอโศก บนอาคารอินเตอร์เชนจ์ ที่เป็นย่านธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ เพื่อรับสายตาผู้ขับขี่และสัญจรไปมาบริเวณสี่แยกอโศก-สุขุมวิท รวมถึงผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สถานีสุขุมวิท

เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 215.0 ล้านบาทเพื่อรองรับการเติบโต

เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 10.0 ล้านบาท เป็น 225.0 ล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 2.15 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท

ปี 2553 – 2554
ขยายธุรกิจโดยเพิ่มความหลากหลายของประเภทสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย

ปี 2553 เข้าสู่ธุรกิจสื่อโฆษณากลางแจ้ง ประเภท Street Furniture

เพิ่มบริการเช่าพื้นที่โฆษณาในรูปแบบของโฆษณากลางแจ้ง ประเภทภาพนิ่ง (Static) โดยเริ่มจากสื่อโฆษณาบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ (Fonebooth) โดยการนำตู้โทรศัพท์สาธารณะจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เดิมที่มีสภาพเก่าและชำ รุด มาปรับใหม่จำนวนกว่า 400 จุด ในย่านใจกลางเมือง เช่น สีลม สาทร และ สุขุมวิท เป็นต้น

ปี 2548 – 2552
สร้างความมั่นคงพร้อมขยายรูปแบบการให้บริการสื่อหลัก

ปี 2552 คิดค้นและนำเสนอรูปแบบสื่อ Mock-up 2 มิติ (2D) และ 3 มิติ (3D) และจอแอลซีดี (LCD)

เพิ่มการให้บริการสื่อโฆษณาในรูปแบบ Mock-up 2 มิติ (2D) และ 3 มิติ (3D) บริเวณหลังคารถโดยสารประจำทางปรับอากาศ นอกจากนี้ ยังได้ทำ การติดตั้งจอแอลซีดีจำนวน 650 จอ ภายในตัวรถ (LCD on Bus) สำหรับให้บริการพื้นที่โฆษณาในรูปแบบมัลติมีเดีย

ปี 2548 – 2552
สร้างความมั่นคงพร้อมขยายรูปแบบการให้บริการสื่อหลัก

ปี 2550 ขยายสู่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศเอกชน และก้าวสู่การเป็นผู้นำสื่อโฆษณาประเภทรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ

ขยายการให้บริการเช่าพื้นที่โฆษณาภายนอกและภายในรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเพิ่มเติม ในรูปแบบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเอ็นจีวี ที่ได้รับสิทธิจากบริษัทเอกชนประมาณ 1,000 คัน เพื่อไม่ให้เป็นการผูกขาดกับ ขสมก.เพียงรายเดียว ส่งผลให้บริษัทฯก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสื่อโฆษณาประเภทรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ด้วยเครือข่ายกว่า 2,000 คัน

ปี 2548 – 2552
สร้างความมั่นคงพร้อมขยายรูปแบบการให้บริการสื่อหลัก

ปี 2548 เริ่มธุรกิจด้วยสื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit) ประเภทรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ

เริ่มธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ด้วยสื่อโฆษณาเคลื่อนที่บนระบบขนส่งมวลชน (Transit) ประเภทรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเป็นสื่อแรก โดยได้รับสัญญาสัมปทานจาก ขสมก. ในการเป็นผู้ให้บริการพื้นที่โฆษณาภายนอกและภายในรถโดยสารประจำทางปรับอากาศประเภทยูโรทู จำนวนกว่า 1,200 คัน โดยให้บริการเช่าพื้นที่โฆษณาในรูปแบบ Full Wrap คือ รูปแบบโฆษณาที่ครอบคลุมพื้นที่รอบคันรถ