สารจากประธานบริษัทเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ

นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์
กรรมการผู้จัดการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือเพิ่มขึ้น 4.5% จากปีที่ผ่านมา ด้วย ศักยภาพที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จำนวนมากและหลากหลาย สร้างการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสภาวะการแข่งขัน ตรงตามความต้องการของลูกค้า และใช้สื่ออื่นมาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารทางการตลาดได้อีกด้วย ถึงแม้อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในประเทศไทย มีมูลค่ารวมลดลงเล็กน้อย 0.2% สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของผู้ประกอบการที่จะต้องปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วต้องสร้างคุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตอบโจทย์และคุ้มค่ากับงบประมาณของลูกค้า

แพลนบียังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 มีรายได้ 4,919.5 ล้านบาท เติบโต 21.8% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 743.2 ล้านบาท เติบโต 16.8% ด้วยการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจหลักคือสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยซึ่งยังเติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วยการลงทุนเพื่อนวัตกรรมและเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์อย่างมีระบบสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเสริมด้วยการขยายธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (engagement marketing) เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคในวงกว้างและยังต่อยอดด้วยกลยุทธ์ที่จะเสริมสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า

ผนึกกำลังกับพันธมิตร ร่วมเสริมศักยภาพเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม

ในปีที่ผ่านมา แพลนบีได้ร่วมมือกับ บมจ.วีจีไอ อีกหนึ่งในผู้นำตลาดสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ซึ่งได้เข้ามาถือหุ้นและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการสื่อสารทางการตลาดอย่างครบวงจร สร้างแพ็คเกจเป็นโซลูชั่นที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ในหลายแง่มุม ด้วยเครือข่ายในด้านธุรกิจสื่อโฆษณา การใช้คอนเทนต์ของการตลาดแบบมีส่วนร่วม และนำข้อมูลจากออนไลน์มาวิเคราะห์เพื่อเสริมประสิทธิภาพแคมเปญการตลาดตัวอย่าง เช่น แพ็คเกจ Bangkok Take over ที่เป็นการใช้สื่อดิจิตอลของแพลนบีและพันธมิตรที่ครอบคลุมพื้นที่ ทั้งอาคาร ถนน ระบบ ขนส่งมวลชน ที่ผู้บริโภคสามารถพบเห็นได้ในหลากหลายมุมของกรุงเทพฯสร้างการรับรู้ได้ชัดเจนในวงกว้าง นอกจากนี้แพลนบียังได้ลงทุนเพื่อคัดสรรและเพิ่มจำนวนสื่อคุณภาพเพื่อให้บริการได้ดียิ่งขึ้นโดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,700 ล้านบาท ทั้งการเข้าซื้อหุ้น สแพลช มีเดีย BL Falcon ในสิงคโปร์และล่าสุดได้ลงทุนพร้อมเข้าทำสัญญาบริหารจัดการสื่อโฆษณากับ บมจ. มาสเตอร์แอด ซึ่งมีทั้งสื่อโฆษณาภาพนิ่ง ดิจิตอล และสตรีทเฟอร์นิเจอร์อันจะช่วยเพิ่มความครอบคลุมในการให้บริการมากยิ่งขึ้น

ผสานนวัตกรรมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับสื่อนอกที่อยู่อาศัยสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า

นอกจากการลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับสื่อโฆษณาที่ให้บริการอยู่ แพลนบี ยังศึกษาและวิจัยเพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ไม่เป็นเพียงการให้บริการพื้นที่สื่อแต่ยังสามารถเพิ่มมูลค่าในcustomer journey ทุกส่วน ทั้งสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การร่วมมือเป็นพันธมิตรระยะยาว กับบมจ.ซีพีออลล์เพื่อให้บริการสื่อสารแคมเปญโฆษณาด้วยจอดิจิตอลในร้านค้า 7-11 สำ หรับ 1,500 สาขาแรก จำนวน มากกว่า 4,500 จอ และใช้สื่อเสียงในร้านค้าผสมผสานกับการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายในช่องทางการตลาดนี้ที่เข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง เป็นการนำเสนอโซลูชั่นทางการตลาดและการขายรูปแบบใหม่ ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย ณ จุดขายให้กับแบรนด์สินค้าอีกด้วย โดยมีแผนจะเริ่มให้บริการได้ในปี 2563 เป็นต้นไป

นำเสนอคอนเทนต์ระดับโลกให้กับชาวไทย เพิ่มมูลค่าของธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม

ในช่วงที่ผ่านมาแพลนบีได้ขยายธุรกิจเข้าสู่การตลาดแบบมีส่วนร่วมซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้มากขึ้นไปกว่าการสร้างการรับรู้ (awareness) แต่ยังสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์สินค้า (engagement) ก่อให้เกิดคุณค่าแก่ลูกค้าซึ่งต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด โดยแพลนบีมีคอนเทนต์ทั้ง Sport marketing ที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาฟุตบอลในประเทศ อีกทั้งยังมี e-Sport และเกมออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ Music marketing ซึ่งมี BNK48 วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และยังมองหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่ม โดยขยายเป็นธุรกิจ Artist management ด้วยคอนเทนต์บันเทิงอื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ล่าสุดในปี 2562 แพลนบีได้ยกระดับธุรกิจนี้ด้วยการนำคอนเทนต์ระดับโลกมาเสริมศักยภาพ โดยลงนามในสัญญาการ เป็นตัวแทนบริหารสิทธิทางการตลาดสำหรับการแข่งขันโอลิมปิค ปี 2020 ที่โตเกียวซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมทั่วโลกมากถึง 4,000 ล้านคน โดยแพลนบีจะบริหารสิทธิในการถ่ายทอดสดสิทธิในการบริหารผู้สนับสนุน (sponsorship) และสิทธิในการบริหารคอนเทนต์ โดยเริ่มแคมเปญดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจกีฬาดังกล่าว ต่อเนื่องตลอดทั้งปีทั้งยังต่อยอดเป็นตัวแทนบริหารสิทธิสำหรับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอื่นๆ อีกด้วย

บุคลากรคือหัวใจสำคัญที่แพลนบีให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

กรรมการและผู้บริหารของบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากร ซึ่งจะร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้นแพลนบีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารทีมงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้มีความสุขกับชีวิตการทำงาน นับตั้งแต่การคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะกับงานและมีทัศนคติที่พร้อมนำพาองค์กรให้เติบโต สนับสนุนให้ บุคลากรได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเอง สร้างผู้นำที่มีความสามารถ เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร มีระบบประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นธรรมและเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานยึดมั่นการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้รับผลการประเมินอยู่ในระดับดีเลิศเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ได้รับรางวัลการจัดประชุมผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม และยังคงได้รับเลือกให้อยู่ในดัชนี SET 100 ซึ่งเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีสภาพ คล่องการซื้อขายสูงสม่ำเสมอและมีมูลค่าตลาดสูงตามเกณฑ์ 100 อันดับแรกอยู่ในความสนใจของผู้ลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดบริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติจากตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมอบรางวัลOutstanding Young Rising Star ให้กับประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นนับเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารทุ่มเทกับการบริหารงานเพื่อสร้างการเติบโตให้กับองค์กร และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยต่อไป ความสำเร็จทั้งหมดคงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความร่วมมือความไว้วางใจและการสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ ทั้งคณะกรรมการผู้บริหาร พนักงานคู่ค้า พันธมิตรและลูกค้าทุกท่าน บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนมาโดยตลอด เราทุกคนจะยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจ พร้อมปรับตัวในยุคปัจจุบันที่โลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้น โดยยึดในหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาสังคมไทยก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป