สารจากประธานบริษัทเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ

นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์
กรรมการผู้จัดการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2563 ถือเป็นปีที่มีความท้ายทายเป็นอย่างมากสำหรับบริษัทและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในประเทศไทยจากสภาวะเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต่างชะลอตัวลงตัวเนื่องจากผลกระทบจากภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาซึ่งส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้น ในขณะที่ภาพรวมตลาดโฆษณามีมูลค่าทั้งสิ้น 106,255 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14.0 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแต่บริษัทยังคงสามารถสร้างรายได้รวมเท่ากับ 3,768 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทเท่ากับ 140 ล้านบาท จากความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานแพลน บี ทุกฝ่าย

นอกจากนี้บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท มาสเตอร์แอด จำกัด (มหาชน) (“MACO”) เป็นจำนวนสัดส่วนร้อยละ 19.96% ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำสื่อโฆษณาประเภทบิลบอร์ดและสตรีทเฟอร์นิเจอร์ที่มีความครอบคลุมมากที่สุดรายหนึ่ง พร้อมทำสัญญาเป็นผู้บริหารจัดการสื่อโฆษณาภายในประเทศทั้งหมดของ MACO ส่งผลให้บริษัทมีเครือข่ายโฆษณานอกที่อยู่อาศัยประเภทภาพนิ่งและดิจิตอลครอบคลุมทั่วประเทศไทยมากกว่า 2,000 แห่ง ส่งผลภาพรวมกำลังผลิตสื่อโฆษณาของบริษัทในปี 2563 อยู่ที่กว่า 6,930 ล้านบาท ทำให้แพลนบีสามารถนำเสนอนวัตกรรมสื่อโฆษณาดิจิตอลที่ล้ำสมัยและสามารถตอบโจทย์นักการตลาดได้อย่างครอบคลุมและทันท่วงที

บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินตามพันธกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัทด้วยการขยายธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยและธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมให้มีความหลากหลายมากขึ้นและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการปฏิบัติการเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

เสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทด้วยการต่อยอดและขยายธุรกิจ

นอกจากการลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับสื่อโฆษณาที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน บริษัทดำเนินการขยายสื่อโฆษณาโดยติดตั้งจอ LED ในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ได้ครบ 1,000 ร้านค้า ได้ตามเป้าหมายและมีแผนขยายสื่อโฆษณาในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ให้ครอบคลุมกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศไทยในปี 2564 บริษัทยังได้ขยายสื่อโฆษณาประเภทดิจิตอลโดยเปิดให้บริการสื่อโฆษณา Twintube+ เป็นจอดิจิตอลรูปแบบ Vertical screen ตั้งอยู่บริเวณถนนสาทร และจอ The Prime 9 ด้วยจอ Signature screen ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณถนนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพมหานครที่จะสามารถดึงดูดสายตาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผู้สัญจรไปมา

นอกจากนี้บริษัทได้ร่วมมือกับสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร พัฒนาและปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางรูปแบบเดิมให้มีความทันสมัย มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบกล้อง CCTV ระบบชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และ Free Wi-Fi ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนครอบคลุมกว่า 691ศาลา พร้อมทั้งติดตั้งป้ายโฆษณาภาพนิ่งและป้ายดิจิตอลรวมกันกว่า 1,170 ป้าย บริเวณหน้าศาลาที่พักผู้โดยสารขยายช่องทางการนำเสนอสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำ VIA BUS Application สำหรับค้นหาสายรถประจำทาง ซึ่งจะช่วยบอกตำแหน่งของรถโดยสารประจำทางที่อยู่ใกล้ที่สุดแบบเรียลไทม์เพื่อให้ผู้ใช้รถโดยสารประจำทางบริหารจัดการเวลาในการเดินทางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนในคนกรุงเทพฯ ให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม บริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลสิทธิการเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในการบริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหาผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทีมชาติ การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ และกิจกรรมฟุตบอลอื่นๆ ประจำปี 2564-2571 เป็นเวลาทั้งหมด 8 ปี แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งยังเดินหน้าขยายธุรกิจ Sport marketing โดยร่วมมือกับบริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดกิจกรรมกีฬาและงานอีเวนท์วิ่งมาราธอนในรูปแบบ Sport tourism theme จัดการแข่งขันตามเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงามในแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันที่ได้รับมาตรฐาน IAAF โดยใช้สื่อนอกที่อยู่อาศัยของบริษัทในการโปรโมทการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดร่วมกับการสนับสนุนด้าน Sponsorship เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ Sport marketing

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาโตเกียว โอลิมปิก ปี 2563 บริษัทร่วมกับ เรซอัพ เวิร์ค จัดกิจกรรม Count down สู่โอลิมปิก โดยทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ OOH ของแพลน บี เพื่อเชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยผ่านกิจกรรม Flag of Nation การวิ่ง Virtual Run สะสมระยะทางร่วมกัน 1,000,000 กิโลเมตร และการวิ่งผลัดธง รวมทั้งหมด 35 จังหวัดทั่วประเทศไทย พร้อมทั้งผู้นำวงการบันเทิงและกีฬา อาทิ วง BNK48 เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการจัดงานโตเกียว 2020 (โตเกียว 2020) คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (IPC) ได้เผยแพร่ Playbook สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมเกมการแข่งขันโอลิมปิกจะต้องดูแลความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บริษัทคาดการณ์ว่าสามารถเพิ่มรายได้ในปี 2564 ได้ตามเป้าหมาย จากการบริหารสิทธิทางการตลาดของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอีกทั้งยังช่วยตอกย้ำการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมด้านกีฬาของบริษัท

ในส่วนของธุรกิจด้านอาร์ทติส เมเนจเมนท์ ปี 2563 บริษัทประสบปัญหากับความท้าทายเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เป็นอย่างมากส่งผลให้กิจกรรมเกือบทั้งหมดของวง BNK 48 ต้องถูกยกเลิกและถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดรวมถึงมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตามบริษัทมีแนวทางสำหรับการสร้างรายได้ในปี 2564 โดยการขยายธุรกิจอาร์ทติส เมเนจเมนท์ ด้วยคอนเทนต์บันเทิงในรูปแบบอื่นๆ ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อาทิ การทำภาพยนตร์ ซีรีย์ และการผลิตเพลงใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างหลากหลาย

มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยกระดับสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย

ในฐานะผู้นำทางด้านนวัตกรรมบริษัทได้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์ม Magnetic โดยร่วมมือกับ Telco เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา วัดผลสำเร็จของแคมเปญเพื่อให้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยสามารถวัดผลได้ โดยการใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลจากบริษัทโทรคมนาคมซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างประชากรกว่าครึ่งประเทศมาวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละสถานที่จากสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บเป็นรายวัน ทำให้เราสามารถรู้ข้อมูลเชิงลึกได้มากขึ้น และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สื่อโฆษณาตั้งอยู่ โดยจะทำให้ผู้ที่ใช้บริการระบบ Magnetic ทราบข้อมูล Audience profile เช่น ข้อมูลพื้นฐาน, เพศ, อายุ, ความสนใจ, Reach จำนวนผู้ชมที่เห็นสื่อโฆษณา, Eyeballs จำนวนครั้งของการมองเห็นสื่อโฆษณา, Frequency ความถี่ในการมองเห็น และ Dwell time ระยะเวลาในการอยู่บริเวณป้ายของกลุ่มผู้ชมจะช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาการสื่อสารมีประสิทธิภาพและและจัดสรรเม็ดเงินในการซื้อสื่อได้อย่างคุ้มค่าเงินลงทุน สามารถวัดผลได้อย่างเป็นระบบส่งผลให้ยอดการซื้อโฆษณาของบริษัทที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คว้ารางวัลแห่งความสำเร็จตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย

บริษัทได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากทางสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับ“ดีเลิศ (Excellence)” ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2563 ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดีและเป็นสมาชิกแนวร่ววมปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริต นอกจากนี้ยังคงดำรงสถานะในการเป็นบริษัทจดทะเบียน SET100 จากการเป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 100 อันดับแรก บริษัทยังได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยจากการคว้ารางวัล SET Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มรางวัล Business Excellence ปี 2563 จากความสามารถในการดำเนินงานทางธุรกิจอย่างมีศักยภาพ ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่น (Outstanding Company Performance Award) ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดโดยรวมของหลักทรัพย์จดทะเบียนตั้งแต่ 10,000 – 30,000 ล้านบาท ปี 2563, รางวัลผู้บริหารสูงสุดดีเด่น (Outstanding CEO Award) ปี 2563 และรางวัลผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ดีเด่น (Outstanding Young Rising Star CEO Award) ปี 2562-2563 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพและยั่งยืน

เน้นย้ำความสำคัญของบุคลากรและการรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการเติบโตอย่างที่ยั่งยืน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บริษัทได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานผู้เป็นหัวใจสำคัญหลักในการก้าวผ่านวิกฤต บริษัทได้กำหนดมาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาด COVID-19 โดยให้พนักงาน Work from Home รวมถึงมาตรการด้านสุขอนามัยอื่นๆ อาทิ การทำประกันเกี่ยวกับโรค COVID-19 ให้แก่พนักงานทุกคน การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน การจัดสรรหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้แก่พนักงานทุกคน และการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื่อตามบริเวณต่างๆ ในบริษัทเป็นประจำทุกสัปดาห์ นอกจากนี้บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรรวมถึงบริษัทในเครือจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมและบรรเทาความทุกข์จากสถานการณ์ดังกล่าวได้ อาทิ โครงการส่งมอบถุงยิ้มจำนวนกว่า 30,000 ถุง ซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งของที่จำเป็นให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัยตามชุมชน บ้านเรือน และจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการแบ่งพื้นที่สื่อให้แก่หน่วยงานภาครัฐโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าวสารและสถานการณ์การติดเชื้อเพื่อให้ความรู้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหรือการเป็นสื่อกลางในการในการสร้างความเข้าใจในการดูแลตัวเองด้วยการรณรงค์ให้อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและส่งมอบพลังบวกด้วยข้อความให้กำลังใจผ่านแคมเปญ ThailandTogetherAsOne กว่า 700 จอทั่วประเทศ

ทั้งนี้บริษัทยังคงตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรที่จะร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้โดยการให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารทีมงาน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีเพื่อให้พนักงานทุกคนมีความสุขกับชีวิตในการทำงานทุกวัน สนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพ รวมถึงส่งเสริมและเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

ความสำเร็จทั้งหมดคงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ ทั้งคณะ กรรมการผู้บริหาร พนักงานคู่ค้า พันธมิตรและลูกค้าทุกท่าน ในนามตัวแทนผู้บริหารขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนมาโดยตลอด เราทุกคนจะยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจพร้อมปรับตัวในยุคปัจจุบันที่โลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นโดยยึดในหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาสังคมไทยก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป อีกทั้งขอส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่ทุกคนที่มุ่งมั่นเสียสละในการต่อสู้กับสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน